Privacy Policy
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ฉบับพนักงาน
เพื่อใช้ภายในบริษัทฯ (Internal Use)
กรณีมีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในบริษัทฯ และเพื่อเป็นแนวปฏิบัติกรณี
พนักงานของบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีมีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในบริษัทฯ และเพื่อเป็นแนวปฏิบัติกรณี
พนักงานของบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล
1. วัตถุประสงค์
ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 บริษัทฯ
จึงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย (Law Compliance)
อันรวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานเพื่อให้การเก็บรวบรวม
ใช้ เปิดเผย และเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานนั้น
มีความสอดคล้องตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนด บริษัทฯ
จึงได้จัดทำนโยบายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับพนักงานเพื่อใช้ภายในบริษัทฯ
(Internal Use) กรณีมีการดำเนินการใดๆ
กับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในบริษัทฯและเพื่อเป็นแนวปฏิบัติกรณีพนักงานของบริษัทฯมีหน้าที่ต้องดำเนินการใดๆ
กับข้อมูลส่วนบุคคล
2. ขอบเขตของนโยบายและแนวปฏิบัติ
นโยบายและแนวปฏิบัติฉบับนี้
จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดเป็นนโยบายในการดำเนินการใดๆ
กับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานของบริษัทฯและเพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติสำหรับพนักงานซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบ
หรือที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ หรือดำเนินการใดๆ
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจากผลการบังคับใช้ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ.2562 โดยบริษัทฯ
นั้นอยู่ในสถานะเป็นทั้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติแล้วแต่กรณี
3. คำนิยาม
- ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูล ของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
- ข้อมูลอ่อนไหว คือ ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือ ข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล คือ บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- สำนักงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- คณะกรรมการ คือ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทฯ คือ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และบริษัทในเครือ
- พนักงาน หมายถึง บุคคลที่บริษัทตกลงจ้างให้ทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร
4. รายละเอียดในสาระสำคัญของนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
4.1. บริษัทฯ
ถือเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อันรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
4.2. บริษัทฯ จึงเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานเท่าที่จำเป็นในการบริหาร หรือภายใต้
วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น กล่าวคือ
วัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคล สวัสดิการ และสุขอนามัยของพนักงาน
- เพื่อใช้ประกอบการยื่นประมูลงานหรือเสนองานกับบริษัทลูกค้า
- หรือในการดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ
- เพื่อใช้ในด้านการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ที่อาจจำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลของพนักงาน
- เพื่อใช้เป็นข้อมูลยื่นหรือเสนอให้กับหน่วยงานของรัฐตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ หรือตามที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคำสั่งหรือ ร้องขอ เช่น การเสียภาษีให้กับกรมสรรพากร
ทั้งนี้
หากจำเป็นต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ข้างต้น
บริษัทฯ ก็จะแจ้งขอความยินยอมเพิ่มเติมจากพนักงานเป็นกรณีๆ ไป
4.3. บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้เท่านั้น
4.4. บริษัทฯ จะกำหนดหน้าที่ของผู้เก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ประมวลผลข้อมูล
ผู้รักษา ผู้ใช้ ผู้อนุมัติการใช้ รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบให้ชัดเจน
เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการเก็บรักษาอย่างปลอดภัยและใช้งานโดยสุจริต
4.5. บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ หรือทำโดยผ่านระบบ
อิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วเท่านั้น
4.6. บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา เช่น สัญญาจ้างแรงงาน
3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เช่น
การบันทึกภาพจากกล้อง CCTV
4) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร
หรือการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
4.7. บริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวของพนักงาน
ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
1) ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย
หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้
ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
3)
เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยซัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง
4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เป็นการปฏิบัติหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือ
ยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย การคุ้มครองแรงงาน
การประกันสังคม หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.8. พนักงานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิในการขอดู ตรวจสอบ
เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ง่ายรวมถึงการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนตลอดเวลาที่มีการเก็บรักษา
และมีหน้าที่แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลหรือนำส่งข้อมูลในกรณีที่องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอเพิ่มเติม
4.9. บริษัทฯ จะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ทราบถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
ก่อนเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
1) วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หากบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทฯ
ต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และให้ความยินยอมอีกครั้ง
2) ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมตลอดระยะเวลาการเป็นพนักงานของบริษัทฯ
และจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานที่พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานนับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับบริษัทฯ
สิ้นสุดลงเป็น ระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ตามระยะเวลาที่กฎหมายเกี่ยวข้องกำหนด
โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ
เก็บรวบรวมไว้ โดยเมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาดังกล่าวบริษัทฯ
จะดำเนินการลบ ทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
3) ประเภทของบุคคล
หรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรเก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย
4) ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง วิธีการ และสถานที่ติดต่อขององค์กร
5)
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562
6)
หากเป็นกรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
หรือสัญญา หรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญา
ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ทราบ
รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล
4.10. บริษัทฯ
จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากพนักงานซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
และมี
นโยบายชัดเจนในการห้ามมิให้พนักงานที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
เช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหากได้ข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายใน
30 วันพร้อมทั้งได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
4.11. บริษัทฯ จะทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมนั้นถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
4.12. บริษัทฯ
จะปฏิบัติตามคำร้องอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
อันประกอบด้วย
1) การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2) การขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
3) การขอระงับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4) การขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
5)
การขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
6) การขอให้ส่ง
หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
เปลี่ยนแปลง
7) การถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม
ช้ำหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน
8) การขอให้ดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน
สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
4.13. บริษัทฯ สามารถปฏิเสธคำร้อง ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
เมื่อมีเหตุอันจำเป็น เช่น อาจเกิดผลกระทบข้อมูลส่วน บุคคลอื่น เป็นต้น
โดยบันทึกการปฏิเสธคำร้องพร้อมเหตุผล
4.14. บริษัทฯ
จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม
ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง
การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
4.15. บริษัทฯ จัดให้มีการเก็บ รักษา ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรัดกุม
ปกปิดเป็นความลับ
4.16. บริษัทฯ
จะจัดให้มีการทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น
หรือเทคโนโลยีมีการ
4.17 . บริษัทฯ จะจัดให้มีการตรวจสอบการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ลบ
หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลสม่ำเสมอว่ายังคงเป็นไปตามนโยบายขององค์กร
และกฎหมายหรือไม่
4.18. กรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ต้องการทราบข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ
ของพนักงาน ให้ทำเป็นหนังสือระบุเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการ
มาให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณาอนุมัติก่อน
ห้ามเปิดเผยหรือให้โดยไม่ได้รับการอนุมัติ
4.19. ในกรณีที่หน่วยราชการขอข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
ให้แจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาหรือทบทวนก่อนส่งให้
ยกเว้นการส่งให้ตามรอบปกติที่กฎหมายกำหนด เช่น ประกันสังคม สรรพากร
คุ้มครองแรงงาน ให้ส่งได้เลยและบันทึกการส่งไว้ เพื่อการตรวจสอบ
4.20. กรณีจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปยังต่างประเทศ
ให้ผู้บริหารระดับ Vice President ขึ้นไป เป็น
ผู้อนุมัติและดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้
ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ 4.2 และข้อ 4.7 ที่ 1) เท่านั้น
4.21. ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานที่บริษัทฯ เก็บรักษาไว้นี้ บริษัทฯ
จะรักษาเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ เอง
ห้ามมิให้ผู้ใดทำการละเมิด เปิดเผย เข้าถึง
นำไปใช้หาประยชน์ส่วนตัวหรือทำลาย โดยไม่ได้รับการอนุมัติ
จากผู้ที่บริษัทฯ มอบหมาย
ผู้ฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาลงโทษในอัตราสูงสุดและหรือดำเนินคดีจนถึงที่สุด
รวมถึงต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นเต็มจำนวนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
กำหนด
4.22. การเก็บ รักษา ใช้ การตรวจสอบ ทบทวน อนุมัติหรือดำเนินการใดๆ
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายนี้ ให้ทำเป็นความลับ
เท่าที่จำเป็นโดยสุจริต
และให้ถือว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของพนักงานเป็นข้อมูลสำหรับใช้ภายใน
(Internal Use) และข้อมูล อ่อนไหวของพนักงานเป็นข้อมูลลับ
(Confidential)
4.23. บริษัทฯ จะแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สำนักงานทราบภายใน
72 ชม. นับแต่ทราบเหตุ
เว้นแต่เหตุดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
(หากเหตุดังกล่าวมี)
4.24. ความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ
องค์กรต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ พร้อมกับแนวทางการเยียวยา
4.25. บริษัทฯ จะจัดทำและบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานตรวจสอบ
1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท
3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
5) สิทธิ และวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
และเงื่อนไข ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
6) การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้าน
8) คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
4.26. บริษัทฯ
จะจัดทำและบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามที่คณะกรรมการประกาศ
4.27 . บริษัทฯ
จะปฏิบัติตามหลักกฎหมายว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย
5. รายการข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานที่จำเป็นต่อการบริหารงาน
เพื่อให้การบริหารงานใดๆ ของบริษัทฯ
ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ทัน เหตุการณ์และโดยสุจริต องค์กรมีสิทธิที่จะขอข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ
ของพนักงานเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาที่จ้างงาน
5.1 ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ในใบสมัครงาน
และเอกสารประกอบการสมัครงานที่บริษัทฯ กำหนด
ถือเป็นข้อมูลที่จำเป็นที่บริษัท ฯ
ต้องรู้เพื่อจัดการทำงานให้ตรตามความรู้ ความสามารถ
ประสบการณ์และเหมาะสมกับคุณสมบัติส่วนตัวของพนักงานแต่ละคน
รายการข้อมูลส่วนบุคคลและเหตุผลที่จำเป็น ให้เป็นไปตามเอกสารที่บริษัทฯ
กำหนด
5.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มีสิทธิขอเพิ่มเติมขณะทำงาน เช่น
1) สถานภาพสมรส รายชื่อคู่สมรส บุตร เพื่อจัดสวัสดิการให้เพิ่มเติม
หรือเพื่อคำนวณลดหย่อนภาษี
2) ใบรับรองแพทย์ ผลการตรวจสุขภาพ หรือเอกสาร ยา เวชภัณฑ์
อุปกรณ์อื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษาอาการเจ็บป่วย
ทั้งนี้บริษัทฯ จะใช้โดยสุจริตเฉพาะกรณีที่
- เพื่อช่วยเหลือ รักษาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว
- เพื่อพิจารณาจัดงาน เปลี่ยนงานให้เหมาะสมกับสุขภาพ
- เพื่อป้องกันการระบาดไปสู่เพื่อนร่วมงาน หรือสาธารณะ
3) แผนที่ รูปถ่าย หรือข้อมูลอื่นเกี่ยวกับที่พักอาศัย
เพื่อพิจารณาไปเยี่ยมอาการป่วย
เยี่ยมคลอดหรือช่วยเหลือความเดือดร้อนอื่น
รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวของพนักงาน
4) ทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อการอนุญาตเข้า-ออก
พื้นที่ของบริษัทฯ หรือการจัดที่จอดรถให้ปลอดภัย และเพียงพอ
5) ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด
ที่องค์กรพิจารณาเห็นความจำเป็นในทางการบริหาร
หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้บริษัท ฯ เก็บรวบรวมที่จะมีต่อไปในอนาคต
.
6. เอกสารอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563
- แนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับพนักงานเพื่อใช้ภายในบริษัทฯ (Internal Use)
กรณีมีการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในบริษัทฯ
และเพื่อเป็นแนวปฏิบัติกรณีพนักงานของบริษัทฯ มี
หน้าที่ต้องดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อให้พนักงานทุกคนของบริษัทฯ
ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
หรือ กรณีพนักงานของบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องดำเนินการใดๆ
กับข้อมูลส่วนบุคคล
ให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด
บริษัทฯ
จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติโดยขอให้พนักงานทุกคนใช้เป็นแนวทางในการทำงาน
ดังนี้
1. ให้พนักงานดำเนินการตามนโยบาย
ในกรณีได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
หรือดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล
2. ในการดำเนินการตามข้อ 1. ให้ใช้แบบของหนังสือสัญญา
หรือแบบฟอร์มที่บริษัทฯ จัดไว้ให้
3. ให้แจ้ง หรือรายงานกรณีที่มีข้อมูลรั่วไหล (Data Breach)
ตามมลำดับชั้นไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
หรือคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ จัดตั้งขึ้น
เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการใดๆ ในระดับนโยบาย
เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทฯ และพนักงานของบริษัทฯ
ได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามนโยบาย
หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ
ได้กำหนดขึ้น
อันสอดคล้องและเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล