พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป[ The National Gallery ][1]

   
ที่ตั้ง
4 ถ.เจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์
0 2282 2639-40 , 0 2282 0637,
0 2281 2224 ต่อ 14,17
โทรสาร

0 2282 2639-40 , 0 2282 0637,
0 2281 2224 ต่อ 15,23
เว็บไซต์    www.thailandmuseum.com
เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 9.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม
คนไทย 10 บาท  คนต่างชาติ 20 บาท 
นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณรและนักบวชในศาสนาอื่น ไม่เสียค่าเข้าชม
ผู้เข้าชม
องค์กร
พื้นที่
ประวัติการก่อตั้ง
กิจกรรม
ผลงาน
งบประมาณ
การดำเนินงาน
ระเบียบประฏิบัติและข้อตกลง
ปัญหาการดำเนินงาน
แผนที่การเดินทาง
ข้อมูลบริเวณโดยรอบหรือย่าน
นิทรรศการประจำเดือน
ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับหอศิลปนี้
เพิ่มเติมข้อมูลนิทรรศการหรือแนะนำพื้นที่ของท่าน
ติดต่อขอข้อมูลหน้า web จากเรา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
ผู้เข้าชม
จำนวนผู้เข้าชม 40,619 คน ต่อปี [2] ประเภทผู้เข้าชม ได้แก่ อันดับ
1. ศิลปิน / ผู้ทำงานในแวดวงศิลปะ
2. นักเรียน / นักศึกษา
3. บุคคลทั่วไป
4. สื่อมวลชน
 
 
องค์กร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร
 
 
พื้นที่

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงกษาปณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2445 ต่อมากรมศิลปากรได้ทำการบูรณะและปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานศิลปะเมื่อพุทธศักราช 2517 และได้ประกาศขึ้นทะเบียนอาคารเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2521
อาคารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ประกอบด้วย
1. อาคารด้านหน้าทิศตะวันตกมี 2 ชั้น พื้นที่ทั้งหมด 930.50 ตารางเมตร จัดแสดงนิทรรศการถาวรชั้นบนจัดแสดงศิลปะไทยประเพณี ชั้นล่างจัด
     แสดงศิลปะร่วมสมัย
2. อาคารด้านทิศใต้มี 2 ชั้น พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 833 ตารางเมตร ชั้นบนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ชั้นล่างเป็นคลังเก็บศิลปะวัตถุ ร้าน
     จำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหาร ห้องน้ำ
3. อาคารด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก เป็นอาคารชั้นเดียว มีพื้นที่ทั้งหมด 4,245 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน 8 ห้อง
4. อาคารมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 475 ตารางเมตร ใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียนและจัดกิจกรรมทั่วไปตลอด
     ทั้งปี
5. อาคารสำนักงาน 2 ชั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ตารางเมตร สำหรับเป็นห้องผู้อำนวยการ ห้องฝ่ายวิชาการ ห้องฝ่ายบริการการศึกษา ห้องงาน
     ธุรการ ห้องบรรยาย ห้องประชุม ห้องสมุด และห้องรับรอง
6. อาคารเรือนกระจก 2 ชั้น มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ใช้เป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการศิลปะและกิจกรรมทางด้านศิลปะสำหรับเด็กและ
     เยาวชน
 
 
ประวัติการก่อตั้ง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นอาคารโรงกษาปณ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคฟื้นฟูวิทยาการ สำหรับเป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ เมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่ใหญ่โตขึ้นในเวลาต่อมา จึงย้ายที่ทำการไป ณ โรงกษาปณ์ ปัจจุบันอาคารแห่งนี้จึงร้างลง ครั้นในวาระครบ 100 ปีการพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากรมีโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานด้านศิลปะสมัยใหม่ จึงได้ขอใช้อาคารโรงกษาปณ์เก่านี้เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานศิลปะ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ยินดีมอบอาคารแห่งนี้แก่กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517

กรมศิลปากรได้ดำเนินการซ่อมแซมอาคาร ปรับปรุงภายในให้เหมาะต่อการเป็นพิพิธภัณฑสถานศิลปะ จนแล้วเสร็จและได้มีพิธีเปิดเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2520 มีชื่อในครั้งแรกเปิดนี้ว่า “หอศิลปแห่งชาติ” หลังจากนั้นหอศิลปแห่งชาติก็ได้ปิดลงเพื่อปรับปรุงพื้นที่และจัดแสดงผลงานเพิ่มเติมจนเสร็จสมบูรณ์ และเปลี่ยนชื่อให้ตรงตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2521 ดำเนินงานต่อมาในฐานะฝ่ายหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทั่งในปีพ.ศ. 2538 ได้มีกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากรใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น "หอศิลปแห่งชาติ" และได้รับการขยายหน่วยงานให้เติบโตขึ้นเทียบเท่าส่วน มีผู้บริหารเป็นผู้อำนวยการระดับ 8 ขึ้นตรงต่อสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยมีหน่วยงานย่อยอยู่ในความดูแลอีก 1 แห่ง คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และต่อมาในปี 2541 ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป" เช่นเดิมจนปัจจุบัน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอนที่ 18 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521

หน้าที่การดำเนินงาน
1. เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่เก็บรวบรวม และจัดแสดงศิลปวัตถุทางด้านศิลปะทั้งศิลปะแบบประเพณีและศิลปะร่วมสมัยของศิลปินผู้มีชื่อ
     เสียงของประเทศไทย
2. จัดแสดงภาพเขียน จิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปประยุกต์ และงานฝีมือที่เป็นประณีตศิลป์ของศิลปินต่าง ๆ ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน
3. วางแผน คิดค้น วิเคราะห์ วิจัย เรื่องราวทางด้านศิลปะ สาขาทัศนศิลป์เพื่อการคิดค้นและพัฒนาการจัดแสดง และการปรับปรุง
     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
4. ให้บริการทางการศึกษา จัดกิจกรรม จัดนิทรรศการให้ความรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจการต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑสถานแห่ง
     ชาติ หอศิลป
5. ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของวัตถุที่จัดแสดงและอาคารสถานที่
6. ดำเนินการป้องกันการเสื่อมสภาพของวัตถุ ตรวจสอบสภาพ และซ่อมสงวนรักษาวัตถุที่จัดแสดงและเก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
7. ประสานงาน ให้ความร่วมมือ และเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและการจัดแสดงภาพศิลปกรรมชิ้นเยี่ยมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งในและต่าง
     ประเทศ
8. ให้คำปรึกษา แนะนำ ตอบข้อหารือทางวิชาการ และให้ความร่วมมือส่งเสริม สนับสนุนกิจการและการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานด้านศิลปะ ทั้ง
     ของภาครัฐและเอกชน
 
 
กิจกรรม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีพื้นที่จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน
นิทรรศการถาวร
อาคารด้านหน้า ชั้นบน (อาคารด้านทิศตะวันตก) จัดแสดงนิทรรศการถาวรศิลปะแบบไทยประเพณี ซึ่งเป็นผลงานศิลปะไทยที่สร้างสรรค์ขึ้นแต่ครั้งอดีตกาล ในรูปแบบต่าง ๆ ถึงพัฒนาการของศิลปะในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลในแบบไทยประเพณี จนถูกถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบศิลปะร่วมสมัยโดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ
    ส่วนที่ 1 ภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังโบราณ
    ส่วนที่ 2 ภาพภาพเขียนบนผ้าหรือกระดาษ เช่น ภาพในสมุดข่อย เป็นต้น
    ส่วนที่ 3 เป็นภาพยุคหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างภาพเขียนแบบสมัยใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศตะวันตก และภาพเขียนที่ยังคงอนุรักษ์แบบประเพณีไว้ผสมผสานกัน เช่น ภาพเขียนเนื่องในโอกาสต่าง ๆ ได้แก่ งานพระเมรุ งานฉลองสมโภช เป็นต้น
    ส่วนที่ 4 ภาพเขียนบนตู้พระธรรม และอื่น ๆ
อาคารด้านหน้าชั้นล่าง จัดแสดงผลงานศิลปกรรมร่วมสมัย ซึ่งผลงานศิลปกรรมส่วนใหญ่เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป โดยการซื้อ บริจาค และจากที่ศิลปินและหน่วยงานต่าง ๆ ให้ยืมจัดแสดง แบ่งเป็นห้อง ดังนี้
    ห้องฝีพระหัตถ์ แสดงภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
    หอศิลปินอาวุโส แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งประเภทจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินรุ่นอาวุโสที่มีชื่อเสียงของไทย
    หอศิลปินร่วมสมัย แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งประเภทจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินรุ่นหลังที่มีชื่อเสียงของไทย

นิทรรศการหมุนเวียน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีแผนการจัดนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปีปีละประมาณ 20 นิทรรศการ โดยจัดแสดงเดือนละ 2-4 เรื่อง ผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานศิลปะทุกประเภทที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการดำเนินงานของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นับได้ว่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพของศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยนำมาจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1-8 (อาคารชั้นเดียวด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก) อาคารอเนกประสงค์ และอาคารทิศใต้ นอกจากการใช้พื้นที่ในการจัดนิทรรศการแล้วยังมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางศิลปะอีกมากมาย ตัวอย่างกิจกรรมได้แก่ การจัดอบรมฝึกทักษะด้านศิลปะแก่เยาวชนการเปิดให้เป็นสถานที่ทัศนศึกษาและการร่วมมือกับองค์กรเอกชน เช่น การจัดเสวนา การจัดแรลลี่ด้านศิลปะ เป็นต้น
 
 
ผลงาน
มีคณะกรรมการดำเนินงานทำหน้าที่
1. วางแนวทางการดำเนินงานและแผนงานการพัฒนาและปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตามนโยบายของคณะกรรมการอำนวย
     การพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
2. พิจารณาคัดเลือกและจัดหาผลงานศิลปะเพื่อเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
3. ให้คำแนะนำในด้านวิชาการเพื่อการปรับปรุงนิทรรศการถาวรและจัดนิทรรศการหมุนเวียน
4. ให้ความเห็นชอบในการประเมินราคาผลงานศิลปะสมัยใหม่ที่เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
     ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ในกรณีเคลื่อนที่ศิลปะร่วมสมัยไปตั้งแสดง ณ ที่อื่นเป็นการชั่วคราวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
5. ประเมินราคาผลงานศิลปะเพื่อที่จะนำเสนอจัดซื้อเข้าเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
6. ให้คณะกรรมการฯ อยู่ในวาระคนละ 2 ปี

โดยคณะกรรมการดำเนินงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป(คำสั่งกรมศิลปากรที่ 219/2545)ประกอบด้วย
ที่ปรึกษา
1. ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ที่ปรึกษา)
2. หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการพิพิธภัณฑ์ (ที่ปรึกษา)
3. นายสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ (ที่ปรึกษา)
4. นายบุญชัย เบญจรงคกุล (ที่ปรึกษา)
คณะกรรมการ
1. ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป(ประธานกรรมการ)
2. นายประเทือง เอมเจริญ (กรรมการ)
3. ศาสตราจารย์เกียรติศักดิ์ ชานนารถ (กรรมการ)
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก (กรรมการ)
5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จุฬาทิตย์ ทองรุ่งโรจน์ (กรรมการ)
6. นายกมล สุวุฒโฑ (กรรมการ)
7. นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน (กรรมการ)
8. นายพิษณุ ศุภนิมิตร (กรรมการ)
9. ดร.จิตติมา อมรพิเชษฐ์กุล (กรรมการ)
10. หัวหน้าฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (กรรมการและเลขานุการ)
11. หัวหน้าฝ่ายบริการการศึกษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ)
การพิจารณาคัดเลือกผลงานจะเรียบลำดับความสำคัญดังนี้
1. ผลงาน
2. ประวัติศิลปิน
3. อื่น ๆ เช่น โครงการ นโยบาย
 
 
งบประมาณ
ได้รับงบประมาณ 2 ส่วน ได้แก่
1. งบประมาณแผ่นดิน
2. เงินกองทุนโบราณคดี
รายได้ที่ได้รับแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1. การเก็บค่าเข้าชม
2. ค่าจำหน่ายหนังสืองานศิลปะและของที่ระลึก
3. ค่าธรรมเนียมถ่ายทำภาพยนตร์
 
 
การดำเนินงาน
1. งานธุรการ
   • งานธุรการ
    1. รับ-ส่ง ร่างโต้ตอบหนังสือราชการทั่วไป
    2. เก็บรักษา ค้นหา ทำสำเนาเอกสาร
    3. เป็นหน่วยงานกลางของฝ่าย ปฏิบัติงานด้านธุรการให้งานต่าง ๆ
    4. ดำเนินการด้านบุคลากรเบื้องต้นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    5. ควบคุม ตรวจสอบการลา และจัดทำสถิติวันลาของงานต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    6. เดินหนังสือติดตามเรื่องที่เร่งด่วน ทั้งภายในและนอกสำนักงาน
    7. ปฏิบัติงานเปิด-ปิด สำนักงาน
    8. รวบรวมจัดทำรายงานประจำเดือน ประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

    • งานการเงินและพัสดุ
    1. ดำเนินการจัดทำแผน งบประมาณประจำปี อัตรากำลัง ติดตามรวบรวมสถิติ
    2. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน
    3. ควบคุม จัดการแจกจ่าย ซ่อมบำรุงพัสดุ ครุภัณฑ์ ดูแลควบคุมยานพาหนะและอาคารสถานที่
    4. ดำเนินการจัดซื้อ จัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ตลอดจนดำเนินการสั่งจ้างในเรื่องของค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง
    5. เก็บรักษา ควบคุมตรวจสอบจัดทำบัญชีพัสดุ ครุภัณฑ์ของพิพิธภัณฑสภานแห่งชาติ หอศิลป
    6. จัดทำบัญชีรับ-จ่าย เงินคงเหลือประจำวันจากรายได้ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป
    7. ตรวจสอบและนำเงินรายได้ต่าง ๆ ส่งกองคลัง กรมศิลปากร
    8. ควบคุมการเบิก-จ่ายหนังสือทุกประเภท ตลอดจนบัตรค่าธรรมเนียมเข้าชม

    • งานอำนวยการ
    1. ดำเนินการเปิด-ปิดอาคารจัดแสดง ทั้งจัดแสดงนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน
    2. ปฏิบัติงานด้านรักษาความปลอดภัยของอาคาร สถานที่ห้องจัดแสดงและศิลปะวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตลอด
         24 ชั่วโมง
    3. ควบคุม กำกับดูแลและรับผิดชอบการปฏิบัติงานบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ห้องจัดแสดงและศิลปวัตถุ
         ตามระเบียบข้อบังคับ คำสั่งด้านการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    4. จัดหา ดูแล บำรุงรักษาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์สื่อสารให้อยู่ในสภาพดี
    5. พัฒนา ปรับปรุง เสริมสร้างประสิทธิภาพบุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัย วิจัย และระเบียบปฏิบัติอื่น ๆ
    6. ปฏิบัติงานที่ต้องใช้แรงงานทั่วไปของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    7. ปฏิบัติงานปลูก ตกแต่ง บำรุงรักษา ดูแลไม้ดอกไม้ประดับในสวน สนามหญ้า เรือนเพาะชำ ต้นไม้บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

2. ฝ่ายวิชาการ
    • งานวิชาการ
    1. ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัยงานศิลปกรรมสาขาทัศนศิลป์ ตลอดจนแปลและเรียบเรียงบทความ เอกสารทางวิชาการด้านศิลปะจาก
         ภาษาต่างประเทศ
    2. นำเสนอและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการศิลปกรรมแก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป
    3. ให้ความร่วมมือ ประสานงาน เผยแพร่และการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นทางด้านวิชาการต่าง ๆ กับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการทั่วไป
         และระดับสากล ทั้งในด้านการเข้าร่วมในการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์และวิจัย การจัดแสดงนิทรรศการ ส่งบทความทางด้านวิชาการ
         เพื่อการจัดพิมพ์เผยแพร่ การจัดประชุม อภิปราย สัมมนา ฯลฯ
    4. กำหนดและเสนอแนวมาตรฐานในการให้ความคุ้มครองศิลปะวัตถุที่อยู่ในความดูแลของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เพื่อป้องกันวัตถุ
         ของชาติมิให้ชำรุดเสียหายหรือสูญหาย
    5. จัดทำศูนย์ข้อมูลศิลปกรรมไทย ทั้งรายการศิลปะวัตถุและชื่อศิลปินของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป นามานุกรม ศิลปินและหอศิลปะ
         หรือพิพิธภัณฑสถานศิลปะไทย ผลงานศิลปกรรมสำคัญของไทย ตลอดจนผลงานที่สำคัญ นามานุกรมศิลปินและหอศิลปะ หรือพิพิธภัณฑ์
         ศิลปะทั่วโลกในระบบคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนตที่สามารถสื่อสารและให้บริการทั้งในและนอกประเทศ
    6. วางแผนด้านวิชาการพิพิธภัณฑ์และเทคนิคพิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป รวมทั้ง
          พิพิธภัณฑสถาน หอศิลปะของหน่วยราชการอื่น ๆ ของเอกชนที่ขอความร่วมมือ
    7. รับผิดชอบ ดำเนินงาน และพัฒนาด้านเทคนิคการจัดแสดงและติดตั้งนิทรรศการทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนในพิพิธ
         ภัณฑ-สถานแห่งชาติ หอศิลป
    • งานทะเบียนและคลังศิลปะวัตถุ
    1. ศึกษา วิเคราะห์ ค้นคว้า วิจัย เพื่อกำหนดแบบแผนและระเบียบปฏิบัติในการจัดทำทะเบียนวัตถุให้เป็นมาตรฐานที่สากลยอมรับ
    2. รับผิดชอบ ควบคุม และจัดทำบัญชีศิลปะวัตถุของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ทั้งในห้องจัดแสดง คลัง และส่วนที่นำไปจัดแสดง
         นอกพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป โดยสามารถค้นหาได้เมื่อต้องการ
   3. จำแนกและเก็บรักษาโบราณวัตถุ โดยแบ่งแยกการเก็บรักษา แยกประเภทอายุของศิลปะวัตถุ โดยจัดเก็บรักษาแยกเป็น 2 คลัง คือ คลัง 1          จัดเก็บรักษาศิลปะวัตถุประเภทงานจิตรกรรมแบบประเพณีและประติมากรรม คลัง 2 จัดเก็บรักษาศิลปะวัตถุประเภทศิลปกรรมร่วมสมัยของ
         ไทยและต่างประเทศ
   4. รับผิดชอบจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุที่รับเข้า ส่งออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป รับผิดชอบควบคุมการขนย้าย บรรจุหีบห่อ ศิลป
         โบราณวัตถุที่รับ-ส่งออกจากคลัง ตลอดจนเก็บรักษาหลักฐานการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้ง
   5. รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยของศิลปวัตถุที่เก็บรักษาไว้ทั้งโดยเทคนิควิธีการและบุคลากร
   6. รับผิดชอบดำเนินการให้คลังพิพิธภัณฑ์สามารถให้บริการด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัยในรูปคลังศึกษาด้านเทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวย
         ประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและไม่เป็นอันตรายต่อศิลปะวัตถุ

3. ฝ่ายบริการการศึกษา
    • งานบริการการศึกษา
    1. ดูแลการบริการนำชมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    2. ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า เพื่อจัดทำเอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัตถุในความครอบครองของพิพิธภัณฑสถาน
         แห่งชาติ หอศิลป เพื่อบริการสำหรับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในรูปแบบคู่มือนำชม แผ่นพับ ฯลฯ
    3. จัดนิทรรศการหมุนเวียน ประสานงานการจัดประกวดศิลปกรรม เพื่อร่วมสนับสนุนวงการศิลปกรรมไทย เพื่อร่วมสนับสนุนวงการศิลปกรรม
         ไทย และเพื่อให้เกิดกิจกรรมเคลื่อนไหวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    4. จัดกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อเสริมสร้างความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะสาขาทัศนศิลป์แก่ประชาชนและผู้บริการโดยทั่วไป เช่น การอภิปราย
         บรรยาย เสวนา สาธิต ฯลฯ
    5. จัดกิจกรรมอบรมความรู้ด้านศิลปกรรมและพิพิธภัณฑสถานศิลปะ เช่น โครงการอบรมศิลปะภาคฤดูร้อน ฯลฯ
    6. แนะนำ ให้คำปรึกษางานด้านการศึกษาศิลปกรรม และกิจกรรมพิพิธภัณฑสถานศิลปะแก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ         ทั้งภาครัฐและเอกชน
    7. จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร

    • งานบริการเอกสารข้อมูลโสตทัศนูปกรณ์
    1. จัดทำห้องสมุดพิพิธภัณฑสภานแห่งชาติหอศิลปบริหารงานและให้บริการค้นคว้าข้อมูลสำหรับนักเรียน นักศึกษาศิลปินและประชาชนทั่วไป
    2. รวบรวมและผลิตสื่อด้านโสตทัศนูปกรณ์ เช่น ภาพยนตร์ ภาพนิ่ง วีดีทัศน์ และจัดทำศูนย์บริการข้อมูลโสตทัศนูปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงาน
         ศิลปกรรมและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เพื่อให้บริการค้นคว้าและจัดทำสำเนาแก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป
    3. รับผิดชอบด้านสถานที่และโสตทัศนูปกรณ์ในห้องอเนกประสงค์ และพิธีการต่าง ๆ

    • งานบริการประชาสัมพันธ์
    1. รวบรวมสถิติ ข่าวสาร ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และให้บริการแก่ประชาชน หน่วยงาน
         ต่าง ๆ
    2. ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ทางสื่อสารมวลชนประเภทต่าง ๆ สิ่งพิมพ์ ใบปิด
         ของหน่วยงานรัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์และความสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
    3. ให้ข้อมูลข่าวสารและอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนที่เข้ามาทำข่าวประชาสัมพันธ์กิจการและกิจกรรมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
         หอศิลป
 
 
ระเบียบปฏิบัติหรือข้อตกลง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีคุณค่าทั้งที่เป็นผลงานของศิลปินชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่และเป็นประโยชน์ทางการศึกษาด้านศิลปะแก่สาธารณชน จึงได้จัดสถานที่สำหรับความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป และองค์กร หรือปัจเจกบุคคลที่ประสงค์จะจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ในระหว่างการจัดแสดงและเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ จึงได้กำหนดระเบียบปฏิบัติดังต่อไปนี้

• ผู้ขออนุญาต
   1. ลักษณะของผู้ขออนุญาต แบ่งออกเป็น
      1.1 ศิลปิน หรือผู้แทน
      1.2 หน่วยงาน / องค์กร

• การนำเสนอผลงาน
   2. ผู้ขออนุญาต ยื่นคำขออนุญาตใช้สถานที่จัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และยื่นเสนอผลงานได้ตั้งแต่ วันที่ 1
       มกราคม ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี
   3. ศิลปิน จะขออนุญาตจัดแสดงงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ติดต่อกัน 2 ปี ไม่ได้

• การพิจารณาผลงาน
   4. ผลงานหรือโครงการใด ๆ ที่ต้องการจัดแสดง ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
       หอศิลป ทุกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมพิจารณาคัดเลือกผลงานจัดแสดง ในเดือนมิถุนายน ของทุกปี
   5. การพิจารณาคัดเลือกผลงานเรียบลำดับความสำคัญดังนี้
      5.1 ผลงาน (เสนอตัวอย่างผลงานที่จะจัดแสดงอย่างน้อย 30%)
      5.2 ประวัติศิลปิน ประวัติการแสดงงาน และเกียรติประวัติที่ได้รับ
      5.3 อื่น ๆ เช่น โครงการ นโยบาย หรือเอกสารรับรองจากสถานทูตหรือองค์กรระหว่างประเทศ ฯลฯ
   6. ในกรณีของศิลปินกลุ่ม หากผลงานของผู้หนึ่งผู้ใดไม่ผ่านการพิจารณา หมายถึง ไม่ผ่านการเห็นชอบทั้งกลุ่มและหากมีการเปลี่ยนแปลง
       สมาชิกของกลุ่ม ต้องแจ้งให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ทราบล่วงหน้าก่อนการจัดแสดงงาน 3 เดือน มิฉะนั้น จะถูกยกเลิกการ
       อนุญาตใช้สถานที่ในปีนั้น และไม่พิจารณาการขอใช้สถานที่จัดแสดงเป็นเวลา 3 ปี
   7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดทำผังการจัดแสดงงานตลอดทั้งปี

• การแจ้งผลการพิจารณา
   8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะแจ้งผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการให้รับทราบภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากผ่านการพิจารณาจาก
       คณะกรรมการฯ และผู้ได้รับอนุญาตจะต้องทำหนังสือตอบยืนยันให้ทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ปรากฏในหนังสือแจ้งผลการพิจารณา
       อนุญาต หากผู้ได้รับ อนุญาตไม่ยืนยันภายในเวลาที่กำหนด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปจะตัดสิทธิ์การขอใช้สถานที่ในปีนั้น
   9. ในกรณียืนยันการขอใช้สถานที่แล้ว หากไม่สามารถแสดงงานได้ ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องแจ้งให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ทราบล่วง
       หน้า 3 เดือนก่อนถึงกำหนดจัดแสดงงาน มิฉะนั้นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะตัดสิทธิ์การขออนุญาตใช้สถานที่จัดแสดงงาน (ทั้ง
       การแสดงเดี่ยวและกลุ่ม) เป็นเวลา 3 ปี

• การเข้าใช้สถานที่จัดแสดงงาน
  10. ระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้สถานที่ หมายรวมถึง เวลาติดตั้งงาน เวลาแสดงงาน และเวลาถอดถอน
  11. การขอใช้สถานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และผู้ได้รับอนุญาตต้องติดต่อประสานงาน
         และกรอกแบบฟอร์มการเข้าใช้สถานที่ก่อนถึงกำหนดการจัดแสดง 30 วัน เพื่อการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายการจัดแสดง          และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน

• การติดตั้ง-ถอดถอนนิทรรศการ
  12. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะรับผิดชอบในการติดตั้ง – ถอดถอนนิทรรศการ แต่ผู้ได้รับอนุญาต ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ
         จัดแสดงงานและการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ อุปกรณ์ติดตั้ง-ถอดถอนนิทรรศการ ค่าตอบแทนการปฏิบัติการล่วงเวลา
  13. ผู้ได้รับอนุญาต ต้องจัดทำคำนำ เนื้อเรื่องของนิทรรศการ ประวัติศิลปินทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทำแผนผังการติดตั้งนิทรรศการ          จำนวนรายการและภาพถ่ายของผลงานไม่น้อยกว่า 80% พร้อมทั้งต้นฉบับของหนังสือประกอบนิทรรศการ (Catalogues) มอบให้
         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ก่อนเข้ามาติดตั้ง ไม่น้อยกว่า 2 เดือน
  14. ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำผลงานทั้งหมดออกจากบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปหลังจากระยะเวลาแสดงงานสิ้นสุดลงภายใน 2
          สัปดาห์ หากพ้นกำหนด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป

• การจัดแสดงงานและการจำหน่ายผลงาน
  15. ระยะเวลาการจัดแสดงงานของแต่ละนิทรรศการ ไม่น้อยกว่า 20 วันเปิดทำการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
  16. หากผู้ได้รับอนุญาต จัดแสดงผลงานหรือศิลปินร่วมงานที่แตกต่างไปจากการได้รับการพิจารณาแล้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป         ขอสงวนสิทธิ์ในการยับยั้งการจัดแสดงงานนั้นและจะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่จัดแสดงเป็นเวลา 3 ปี
  17. ผู้ได้รับอนุญาต ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเปิดงานทั้งหมด รวมทั้งพิมพ์เอกสารหรือหนังสือประกอบนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่แก่ผู้เข้าชม
        นิทรรศการและมอบให้ห้องสมุดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป อย่างน้อย 10 ชุด สิ่งพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์ ทุกประเภท จะต้องมีตรา
        ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ติดอยู่ด้วย
  18. การจำหน่ายผลงาน หนังสือ ของที่ระลึก และสิ่งอื่นใดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปผู้ได้รับอนุญาตต้องจ่ายเป็นค่าบำรุง
        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป 20% ของรายได้

• เบ็ดเตล็ด
   20. หากเกิดความเสียหายใด ๆ แก่นิทรรศการในระหว่างการแสดงงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย หรืออุบัติเหตุก็ตาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
        หอศิลป จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายนั้น
   21. ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ หรือในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือระเบียบของพิพิธภัณฑสถาน
        แห่งชาติ หอศิลป พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ หอศิลป ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการขออนุญาตใช้สถานที่ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ภาย
        ในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งในการยกเลิกนั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น
 
 
ปัญหาการดำเนินงาน[3]
1. ปัญหาด้านศิลปิน ศิลปินบางท่านยังมีความพร้อมไม่เพียงพอ เช่นการขาดความรับผิดชอบ
2. ปัญหาด้านบุคลากร ได้แก่
    2.1 บุคลากรมีจำนวนน้อย
    2.2 บุคลากรยังขาดประสบการณ์และความชำนาญโดยตรงด้านการบริหารงานหอศิลปะ
3. ปัญหาด้านองค์กร เนื่องจากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ขาดความคล่องตัวในการทำงาน
 
     
 

..ขึ้นด้านบน..
 
     
  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
[1]  "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป," (อัดสำเนา)
[2]  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, "สถิติผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ตั้งแต่ปีงบประมาณ พศ. 2539-2545,". (อัดสำเนา)
[3]  สัมภาษณ์ จารุณี อินเฉิดฉาย, ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป, 24 พฤศจิกายน 2545.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -